ปลากริมเผือก สูตรลับขนมหวานหาทานยาก

ปลากริมเผือก

                ขนมไทยที่มีชื่อ ปลากริมเผือก เหมือนอาหารคาว มีรสชาติเค็ม ๆ มัน ๆ นำ หวานตบท้าย ซึ่งแอดมินเชื่อได้เลยว่าหลายคน ๆ คงจะได้เคยลิ้มลอง ลิ้มรสกันมาบ้างแล้วนะคะ แต่มีเพื่อน ๆ หลายคนรู้มั้ยกันมั้ยคะว่า ที่แสนอร่อยถ้วยนี้ มีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง วันนี้ แอดมินจึงได้หาประวัติขนมหวานชนิดนี้ มาให้เพื่อน ๆ ศึกษาความรู้ประวัติที่แสนน่าประทับใจกันไว้ค่ะ แล้วที่สำคัญ ขนมชนิดนี้ แต่ก่อนไม่ได้เรียแบบนี้นะคะ  ตามข้อมูลที่แอดมินไดเหามานั้น บอกว่าขนมหวานแสนอร่อยนี้ ไม่ได้มีชื่อนี้มาตั้งแต่ต้นเป็นความจริงค่ะ เพราะในบันทึกทางประวัติศาสตร์บอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่า แรกเริ่มเดิมทีแล้ว มีชื่อเต็ม ๆ ที่เรียกว่า ขนมขนมแชงมา หรือ ขนมแฉ่งม้า แถมชื่อขนมชนิดนี้ยังปรากฎอยู่ใน บทเพลงกล่อมเด็ก “โอ้ละเหโอ้ละหึก ลุกขึ้นแต่ดึกทำขนมแฉ่งม้า ผัวก็ตี เมียก็ด่า ขนมแฉ่งม้าก็คาหม้อแกง”

          ส่วนในเรื่องความเป็นมาของขนมหวานชนิดนี้นั้น คาดการณ์ไว้ว่า มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 (เพราะบทเพลงกล่อมเด็กที่ปรากฏ โดยเนื้อหาเพลงมีชื่อขนม มีอยู่ในรัชสมัยนั้น) โดยลักษณะของขนม มีรูปร่างหน้าตาที่ใช้แป้งปั้นเป็นตัวยาว ๆ ต้มกับน้ำ และเคี่ยวน้ำตาลปึกเติมรสชาติให้มีความหวานเคี่ยวจนเกิดสีน้ำตาลอ่อน ๆ มีรสชาติที่หวาน และหอมจากธรรมชาติคือน้ำอ้อย ส่วนขนมไข่เต่าก็เป็นแป้งปั้นเป็นตัวกลม ๆ ต้มกับกะทิให้เนื้อข้น จากนั้นเติมเกลือให้มีรสออกเค็ม โดยการกินในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น ยังไม่ได้นำมาผสมรสชาติกัน หากแต่ยังกินแยกกัน นั่นเองค่ะ

          จนในสมัยรัชกาลที่ 5 ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญอาหารคาว-หวาน และผู้แต่งตำราแม่ครัวหัวป่าก์ในสมัยนั้นก็เพิ่งได้ทราบจากอุบาสิกาเนย ผู้นำขนมปลากริม และขนมไข่เต่ามาถวายแด่ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ว่าขนมทั้ง 2 ชนิดนี้ต้องกินคู่กัน เพราะขนมปลากริมมีรสชาติหวานจัด เมื่อกินคู่กันกับขนมไข่เต่าที่ออก รสเค็มทำให้รสชาติตัดกันได้ดีค่ะ ทั้งมีความหวานและความเค็ม  ทำให้ออกมารสชาติกลมกล่อมค่ะ และยังส่งผลต่อรสชาติในปัจจุบันอีกด้วย

ซึ่งในวันนี้ แอดมินจะปรับสูตรเล็กน้อย โดยลูกกลม ๆ ที่มีรสชาติเค็มที่เรียกกันว่าไข่เต่านั้น โดยปกติแล้ววัตถุดิบจะเป็นแป้ง แอดมินจึงได้นำเผือกมาทำแทน จึงมีเมนูชื่อว่าปลากริมเผือกค่ะ มาค่ะ แอดมินจะบอกวัตถุดิบและสูตรเด็ดเอง !

วัตถุดิบ

  1. แป้งมัน 2. เผือกนึ่ง 3. ใบเตย 4. เกลือ 5. น้ำตาลทรายขาว หรือใช้น้ำตาลอ้อยเพิ่มความหอมได้ 6. กะทิ

วิธีทำ ปลากริมเผือก

  1. เริ่มจากการปั้นลูกกลม ๆ กันก่อน โดยใช้ตัวเผือกนึ่งมาบดให้ละเอียดแล้ว ใส่แป้งมัน ผสมน้ำเล็กน้อย หากใครชอบให้รสชาติโดด แนะนำขั้นตอนนี้ใส่กะทิผสมเกลือเล็กน้อย นวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ  จากนั้นพักทิ้งไว้
  2. จากนั้นปั้นตัวปลาโดยทำวิธีแบบขั้นตอนแรก แต่เปลี่ยนส่วนผสมเพิ่มเติมจากเกลือเป็นน้ำตาลเล็กน้อย แต่เวลาปั้นนั้น ให้คลึงเป็นเส้นยาว ๆ จากนั้นใช้มีดหั่นเฉียง ขนาดพอดีคำ
  3. ต่อมา ข้นตอนการต้ม ให้ตั้งน้ำเดือด ใส่ใบเตยลงไป พอเดือดให้ใส่ ตัวที่ปั้นลงไป สังเกตหากสุกแล้ว แป้งจะลอยขึ้น ให้ตักแล้วพักไว้ในน้ำเย็น เพื่อไม่ให้แป้งเกาะตัว
  4. ขั้นตอนต่อมา เตรียมน้ำกะทิ โดยการ ตั้งน้ำให้เดือด หรือหากชอบเข้มข้น ให้ใส่กะทิเลยย่อมได้ แล้วใส่ใบเตย เกลือ น้ำตาล ได้ตามใจชอบค่ะ
  5. พอกะทิเดือด ใส่ตัวแป้งที่ทำไว้ แล้วคนไปเรื่อย ๆ ชิมพอได้รสชาติที่ชอบ ก็ปิดแก๊ส จัดเสิร์ฟพร้อมหม่ำ ๆ ได้แล้วค่ะ

เห็นมั้ยคะว่า อาหารไทยนั้นทั้งมีตั้งแต่อดีตจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และยังคงรักษาวัฒนธรรมการทาน ทำให้ยังคงอยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่ตอนนี้ คนอาจรู้จักน้อยลง เนื่องด้วยอาหารที่เปิดกว้างมากขึ้น แต่ยังคงมีให้ทานอยู่ และหากใครชื่นชอบ สามารถนำสูตรนี้ไปทำทานได้เลยนะคะ 

ขอบคุณข้อมูลจาก radioblesk.net

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม แกะสูตรขนมต้ม ขนมไทยที่หาทานยากในปัจจุบัน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o