บลูเบอร์รี่ชีสพาย สูตรขนมอร่อยง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เตาอบ

บลูเบอร์รี่ชีสพาย

สวัสดีค่ะ พบกับแอดมินอีกครั้งนะคะ  ช่วง Work Form Home นี้ ทุกคนเป็นอย่างไรกันบ้างคะ เดินทางคงลำบากกันใช่มั้ยคะ จะสั่ง Delivery ก็คงจะยาก เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และการอยู่บ้าน ใครว่าไม่เครียดกัน ทำให้กินเยอะกว่าเดิมด้วยแหละ แต่ขนมก็หากินยากขึ้น จะสั่งก็กลัวไม่ตรงปก จะสั่งของก็กังวล เพราะขนมต้องอยู่ในที่เย็น เชื้อโรคก็โตไวในพื้นที่เย็น ๆ ด้วยสิ ทำเองก็ไม่มีเตาอบ วันนี้แอดมินเลยมีสูตรขนมง่าย ๆ ใช้อุปกรณ์ในการทำไม่เยอะเลย ที่สำคัญ ไม่ต้องใช้เตาอบด้วย ทำงานรสชาติอร่อย จะทำขายก็ได้ด้วยนะ ที่แอดมินจะแนะนำสูตรนั่นก็คือ บลูเบอร์รี่ชีสพาย นั่นเองงง ว่าแล้วก็ไปทำกันเลย !

ส่วนผสมแป้งพาย

– เนยสดชนิดจืดละลาย 150 กรัม

– ขนมปังแครกเกอร์บดละเอียด 220 กรัม

 ส่วนผสมครีมชีส

– ครีมชีสหั่นชิ้นเล็ก ๆ  350 กรัม

– นมข้นหวาน ¼ ถ้วย

– น้ำมะนาวคั้นสด 2 ช้อนชา

– วิปปิ้งครีม 4 ช้อนโต๊ะ

– บลูเบอร์รีกระป๋อง 1 กระป๋อง

– บลูเบอร์รีสด ไว้ตกแต่งด้านหน้า ( ใช้ไม่ใช้ก็ได้ )

วิธีทำ บลูเบอร์รี่ชีสพาย

  1. ขั้นตอนแรก ทำแป้งพายโดยการนำขนมปังแครกเกอร์ใส่ถุงซิปล็อค ใช้ไม้บดให้ละเอียด จากนั้นเทใส่อ่าง
  2. นำเนยละลายที่ได้เตรียมไว้เทใส่ในแครกเกอร์ จากนั้นคลุกจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. เมื่อเนยละลายและแครกเกอร์เข้ากันดีแล้ว ตักแป้งพาย ใส่ลงในพิมพ์ให้ทั่ว กดให้แน่นด้วยมือหรือใช้ก้นแก้วก็ได้ ขั้นตอนนี้ต้องทำให้แน่นหากร่วนนั้น ฐานจะทำให้ครีมชีสซึมและรสชาติของพายจะไม่กรอบเท่าที่ควร จากนั้นนำเข้าแช่ในตู้เย็นช่องแช่แข็ง
  4. ทำครีมโดยใส่ครีมชีสลงในอ่างผสม ตามด้วยนมข้นหวาน ใครชอบหวานมากหวานน้อยสามารถชิมและเพิ่มหรือลดนมข้นหวานได้เลยค่ะ เสร็จแล้วใส่วิปปิ้งครีม และน้ำมะนาว ตีด้วยตะกร้อ หรือเครื่องตีไฟฟ้า จนขึ้นฟูและเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  5. ตักครีมชีสที่ตีใส่ลงบนฐานแป้งพายที่ได้ทำไว้ เกลี่ยครีมชีสให้ทั่วเสมอกัน จากนั้นให้ตักบลูเบอร์รีใส่ด้านบนจนทั่ว แล้วนำเข้าแช่ตู้เย็นตรงความเย็นธรรมดาได้เลยค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ครีมชีสแข็งตัวมากขึ้น จากนั้นนำออกจากตู้เย็น แล้วจึงตัดพายเป็นชิ้นใส่จาน ตกแต่งด้วยบลูเบอร์รี่สด จากนั้นพร้อมรับประทานได้แล้วค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำไม่ยากเลยใช่มั้ย ลองทำกันได้นะ แอดมินลองแล้ว ทำไม่ยากเลยและยังอร่อย รสชาติเหมือนซื้อกินที่ร้านอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก clubmarketingaragon.com

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่าน สูตรเค้กไข่ไต้หวัน

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o